ณ พิภพเหนือล้ำจินตนาการ ในยุคสมัยที่ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้ครอบครองทุกสิ่ง บนดินแดนที่เต็มไปด้วย ผู้ฝึกพลังยุทธ์ที่เพาะบ่มจากพลังจิต สัตว์อสูรที่ถล่มพสุธาได้ด้วยเสียงคำราม จอมเวทที่ครอบครองพลังเชื่อมมิติ มหาศาสตราวุธที่มอบพลังสุดหยั่งแก่ผู้ครอบครอง และของวิเศษมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ตามขุมสมบัติลับที่เร้นกายรอวันผู้มีวาสนามาพานพบ พิภพแห่งนี้มีนานว่า “ยุทธาจักรวาล”
 
ตามบันทึกที่ตกทอดมาจากชนรุ่นก่อนเขียนเอาไว้ว่า“ยุทธาจักรวาล” ปรากฏอยู่เป็นส่วนหนึ่ง ณ จักรวาลอันไกลโพ้นที่เรียกว่า “ปฐมจักรวาล” โลกในปฐมจักรวาลนั้นยังถูกแบ่งด้วยระบบไตรโลกา ซึ่งเผ่าพันธุ์ในแต่ละโลกามีความแตกต่างกันด้วยพรสวรรค์ที่แตกต่างกันไป
 
...โลกาที่สามเรียกว่าโลกาล่างหรือโลกาบรรพชนเป็นโลกที่ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตซึ่งขาดด้วยพรสวรรค์จึงต้องพัฒนาตนด้วยการฝึกฝนและขัดเกลาอย่างยากลำบากเพื่อเทียบชั้นกับโลกาที่ที่สูงส่งกว่า
 
...โลกาที่สองโลกากลางหรือโลการ้อยยุทธ์คือภพแห่งเผ่าพันธุ์ที่มีพรสวรรค์ในรูปแบบต่างๆที่เหนือกว่าโลกาล่างแต่มิอาจเทียบได้กับพรสวรรค์ของผู้อาศัยในโลกาที่หนึ่ง
 
และ...โลกาที่หนึ่งโลกาบนหรือเรียกว่าโลกามหายุทธ์คือโลกแห่งเผ่าพันธุ์ที่มีพรสวรรค์พิเศษซึ่งเผ่าพันธุ์อื่นไม่มี
 
แต่ใช่ว่าผู้อาศัยอยู่ในโลกาที่สามหรือโลกาล่างจะด้อยค่ากว่าเสมอไป เพราะแท้จริงแล้วโลกาล่างคือที่ๆให้กำเนิดผู้ฝึกวรยุทธ์มากที่สุด ว่ากันว่า “บรรพชนผู้กำเนิดโชคชะตา”ของระบบยุทธจักรวาลทั้งหมดก็ถือกำเนิดในโลกาล่างนี้เอง 
 
และโลกาล่างแห่งนี้ยังมีดินแดนแห่งหนึ่งที่เรียกว่าจักรวรรดิแห่งเก้าอาณาจักรที่ประกอบไปด้วย อาณาจักรมังกรคราม อาณาจักรไพศาล อาณาจักรซ่งโจว อาณาจักรเจิดจรัส อาณาจักรนักรบ อาณาจักรสุยโจว อาณาจักรแห่งเวท อาณาจักรหยวนโจว และอาณาจักรฉินโจว ซึ่งทั้งเก้าอาณาจักรล้วนปกครองไปด้วยสำนักและพรรคที่แข็งแกร่ง และซ่อนเร้นไว้ด้วยขุมพลังที่น่าสะพรึงกลัว
 
ณ อาณาจักรมังกรคราม ยังประกอบไปด้วยพรรคและสำนักมากมายซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งยอดยุทธ์ ยอดฝีมือที่เหนือล้ำ โดยแต่ละสำนักยังถูกจัดลำดับเพื่อแสดงความเลื่อมล้ำของชื่อเสียงและขุมกำลัง โดยแยกออกโดยหลักเป็น
 
สำนักระดับหนึ่ง สำนักระดับสอง สำนักมาร และขุมกำลังรายย่อยอื่น ๆ
 
การจะถูกเรียกขานหรือจัดลำดับว่าสำนักไหนอยู่ในระดับขั้นไหนหรือเป็นพรรคมาร ล้วนกำเนิดจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน แต่มักจะมิพ้นจาก
 
...จำนวนของเหล่ายอดยุทธ์ที่เร้นกายอยู่ในสำนักนั้น ๆ 
...ความแข็งแกร่งของระดับคัมภีร์เคล็ดวิชาที่สำนักนั้น ๆ ครอบครอง
และ... พฤติการณ์ของสำนักนั้น ๆ ที่เปิดเผยออกมาต่อบรรดาชาวยุทธ์
 
เหล่านี้คือหลักเกณฑ์ปัจจัยบางประการที่พอจะนำมาเปรียบเทียบว่าสำนักไหนอยู่ในระดับไหน และอยู่ฝั่งใดในฝากธรรมะและอธรรม
 
และในปกติแต่ละสำนักยังจัดลำดับความแข็งแกร่งของศิษย์ในสำนัก โดยแบ่งออกเป็นลำดับชั้นซึ่งโดยมาแยกออกเป็นสามระดับ ได้แก่
 
ศิษย์ภายนอก...ศิษย์ระดับชั้นต่ำสุดของแต่ละสำนัก โดยมากจะยังมีพลังยุทธ์อยู่เพียงขั้นพื้นฐาน และไม่มีโอกาสได้รับเคล็ดวิชาใด ๆ จากสำนัก โดยมากจึงเป็นเพียงแรงงานทั่วไปเพื่อดูแลจัดการภารกิจจิปาถะต่าง ๆ และทำงานไร้เกียรติ ในมุมมองของคนทั่วไปศิษย์ภายนอกนั้นมีสถานะต่ำต้อยที่สุดจนหลายครั้งหลายครายังถูกดูแคลนแม้กระทั่งจากชาวบ้านทั่วไป
 
ศิษย์ฝ่ายใน...คือศิษย์ระดับกลางของสำนักที่ผ่านการคัดเลือกจากศิษย์ภายนอกและชาวยุทธ์อื่น ๆ โดยการจะเลื่อนระดับเป็นศิษย์ฝ่ายในของสำนักได้นั้นจะต้องผ่านการทดสอบในด่านหฤโหดเพื่อทดสอบความสามารถว่าเพียงพอที่จะมีโอกาสได้กลายมาเป็นศิษย์ฝ่ายใน และได้รับโอกาสในการขึ้นหอคัมภีร์เพื่อฝึกปรือเคล็ดวิชาต่าง ๆ หรือไม่ โดยการสอบคัดเลือกรับศิษย์ฝ่ายในนั้นจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยทุกครั้งจะเปิดรับสมัครโดยประมาณเป็นเวลาเจ็ดถึงสิบวัน และในช่วงของการเปิดรับสมัครนั้นก็จะเกิดความครึกครื้นราวกับงานมหกรรมสังสรรค์ประจำปีที่มีคนเข้าร่วมมากมาย
 
ศิษย์ศูนย์กลาง...คือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด เก่งกล้าที่สุด และลึกลับที่สุดของแต่ละสำนัก อาจกล่าวได้ว่ามีคนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่จะมีโอกาสผ่านการทดสอบกลายเป็นศิษย์ฝ่ายใน ศิษย์ฝ่ายในล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะที่มีวรยุทธ์สุดพิสดารที่บรรลุพลังยุทธ์ระดับสูงส่ง และกล่าวกันว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คราใดในยุทธภพ ล้วนมีคนเหล่านี้อยู่เบื้องหลังทุกครั้งไป
 
ความเหลื่อมล้ำแตกต่างของศิษย์ทั้งสามระดับนั้นมีมากมายหลายประการทั้งได้ด้านของโอกาสการฝึกปรือวิชาและวาสนาที่อาจจะได้พานพบ นอกจากนั้นศิษย์ภายนอกที่เป็นศิษย์ชั้นระดับต่ำสุดของสำนักนั้นมิสามารถล่วงล้ำเข้าสู่พื้นที่ฝ่ายใน และพื้นที่ศูนย์กลางของสำนักโดยเด็ดขาด เช่นกันศิษย์ฝ่ายในก็มิอาจล่วงล้ำเข้าสู่พื้นที่ศูนย์กลางได้เช่นกัน
 
เพื่อได้มาซึ่งโอกาสที่จะเข้าสู่พื้นที่ฝ่ายในและพื้นที่ศูนย์กลางของแต่ละสำนัก พลังยุทธ์คือปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งที่จะช่วยให้นักยุทธ์คนหนึ่งมีโอกาสผ่านการทดสอบที่เหี้ยมโหดเหล่านั้นได้ พลังยุทธ์ในพิภพแห่งนี้มีพื้นฐานอยู่ที่การฝึกจิต และใช้จิตเป็นแก่นพลังในการออกใช้กระบวนท่าวรยุทธ์ เคล็ดวิชาต่าง ๆ หรือสร้างกระบวนท่าเหลือล้ำจินตนการประดุจเทพเซียน ยิ่งไปกว่านั้นผู้แกร่งกล้าจำนวนหยิบมืออีกกลุ่มหนึ่งยังสามารถเชื่อมต่อจิตเข้ากับต่างมิติเพื่ออัญเชิญสัตว์อสูรและภูติทักษ์ต่าง ๆ มาทำสัญญาร่วมกันเพื่อร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ทั้งหมดล้วนมีจุดเริ่มต้นที่การฝึกจิตทั้งนั้น
 
การฝึกจิตนั้นคือรูปแบบกระบวนการคล้ายการนั่งสมาธิรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้สมาธิหรือเหตุการณ์พิเศษในการข้ามด่าน บางครั้งเกิดจากการฝึกด้วยตนเองจากภายในผ่านการเคี่ยวกรำจิตใจอย่างหนักหน่วง บางครั้งเกิดจากแรงกระตุ้นจากภายนอกอย่างบรรยากาศในสถานที่พิเศษหรือโอสถทิพย์ที่ช่วยยกระดับพลังจิตอีกทางหนึ่ง แต่เรียกได้ว่าผู้ที่ก้าวล่วงสู่การเป็นยอดยุทธ์นั้นล้วนต้องถูกเคี่ยวกรำ
 
สภาวะพลังยุทธ์นั้นแบ่งออกเป็นหลายขั้นตามที่มีการจดบันทึกกันมาแต่โบราณกาล และแต่ละขั้นก็ยังแบ่งออกเป็นเก้าห้วง ซึ่งแต่ละขั้นได้แก่
 
ทิพย์ยุทธ์
ธาตุยุทธ์
กาฬยุทธ์ 
เหนือยุทธ์ 
ปราชญ์ยุทธ์
จ้าวยุทธ์
กึ่งราชันย์
ราชันย์ยุทธ์
กึ่งบรรพราชันย์ 
บรรพราชันย์
เสมอเซียน
เหนือเซียน
เซียนยุทธ์
เทวา
จอมเทวา
เทวายุทธ์
กึ่งเทพ
เสมอเทพ
เทพยุทธ์
 
โดยในขั้นวรยุทธ์แต่ละขั้นจะแบ่งห้วงย่อยอีกเก้าห้วง ผู้ฝึกวรยุทธ์จำเป็นต้องฝึกจิตให้ก้าวผ่านแต่ละห้วงจึงจะบรรลุไปสู่ห้วงและขั้นที่เหนือกว่าได้ โดยระดับความยากในการบรรลุของแต่ละห้วงนั้นก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ และระดับความยากในการบรรลุของแต่ละขั้นก็ยากเย็นเกินจะอธิบาย จึงมีผู้มีพรสวรรค์เพียงน้อยนิดเท่านั้นที่มีพลังระดับเทพยุทธ์
 
นอกจากสภาวะพลังยุทธ์ที่กล่าวมา ยังมีปัจจัยที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ชาวยุทธ์อีกหลายประการ เช่น เคล็ดวิชาลับที่ทรงพลัง พลังจิตสัมผัสที่เปรียบประดุจญาณหยั่งรู้ หรือมหาศาสตราวุธที่เพิ่มขีดจำกัดพลังแก่ผู้ใช้งานอีกด้วย
 
จบบันทึกบทที่ 1

แสดงความคิดเห็นและให้คะแนน

5 / 5 คะแนน

4 คน
5
4 คน
4
0 คน
3
0 คน
2
0 คน
1
0 คน
โหหห สุดยอดเลย
5
มีตอนพิเศษด้วย เยี่ยมไปเลย
5
ตื่นเต้นจัง
5
ตอนที่ 1